[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
.::เป็นองค์กรนำด้านสุขภาพ เพื่อประชาชนคนชุมพวงสุขภาพดี::.
Calendar
ประวัติความเป็นมา
ผลงานเด่นของโรงพยาบาล
หมายเลขติดต่อภานใน-นอก
รายงานข้อมูลบุคลากร สอ.
ค่านิยมของ รพ. (Core Value )
ตารางการให้บริการ รพ.ชุมพวง
แบบฟอร์มการรับสมัครงาน


 
 


  

รพ.ชุมพวง
บริหารสมองต้อง Brain Gym

อังคาร ที่ 20 เดือน มกราคม พ.ศ.2558


 เรา ทราบกันดีว่าสมองมีสองซีก สมองซีกซ้าย มีความสามารถทางด้านการคำนวณ ความคิดเป็นเหตุเป็นผล การพูด การเขียน การวิเคราะห์ การจัดลำดับก่อน รู้เวลาและสถานที่ และสมองซีกขวา ทำงานเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ อารมณ์ ความรู้สึก เรื่องมิติสัมพันธ์ ความสามารถทางศิลปะ โดยสมองสองซีกจะร่วมกันทำงาน ไม่แยกทำเพียงข้างใดข้างหนึ่ง แม้เราจะทำอะไรสักอย่างอยู่เรื่องเดียวก็ตาม โดยมีกล้ามเนื้อส่วน Corpus Callosum เชื่อมสมองสองซีกให้ทำงานประสานกัน เช่น เวลาอ่านหนังสือ ซีกซ้ายของคุณจะถอดความเรื่องที่อ่าน และซีกขวา จะรวบรวมความคิดเข้าไว้ด้วยกัน เพียงแต่ว่าหากเราเหนื่อยล้า สมองอาจทำงานได้เพียงข้างเดียวเท่านั้น งานที่ทำออกมาก็จะไม่ดีหรือทำได้ไม่ดีที่สุด ด้วยประการฉะนี้ จึงมีเทคนิคมากมายที่จะทำให้เราใช้สมองเต็มที่ ไปพร้อมๆกับการดูแลสมองของเราให้ดี และหนึ่งในวิธีนั้นก็คือเจ้า Brain Gym นี่เองจ้า
Brain Gym เป็นกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายง่ายๆ 26 ท่า ที่จะช่วยให้สมองสองซีกให้ทำงานประสานกันได้ดีพัฒนา ขึ้นโดย ดร. พอล เดนนิสัน นักประสาทวิทยาชาวอเมริกันเพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของคนที่มีปัญหาการ เรียนรู้ แต่ก็พบว่ามีประโยชน์ต่อทุกๆ คนในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ สมองตื่นตัว ช่วยเรื่องการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว อีกทั้งยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด และทำให้จิตใจสงบพร้อมที่จะเรียนรู้ ก็วิธีการบริหารของเขาครอบคลุมสมองสองซีก ก็เลยช่วยเราได้ครอบจักรวาลขนาดนี้เลยไง สุดยอด!

ท่า Brain Gym แบ่งออกเป็นสี่กลุ่มค่ะ ได้แก่
1. การเคลื่อนไหวสลับข้าง (Cross Over Movement) ทำให้การทำงานของสมองสองซีกถ่ายโยงข้อมูลถึงกันได้ดี เช่น ท่าแตะสลับ ท่าเลข 8 (คล้ายๆ ท่าช้าง)
2. การยืดส่วนต่างๆของร่างกาย (Lengthening Movement) ทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียดของสมองส่วนหน้าและส่วนหลัง เช่น ท่าโยคะต่างๆ ท่านกฮูก 
3. การเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้น (Energizing Movement) เป็นท่าที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของกระแสประสาท เพื่อช่วยให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น และ 
4. ท่าบริหารร่างกายง่ายๆ (Useful) เช่น หมุนคอ เป็นต้น

แต่ ก่อนที่เราจะบริหารสมองนั้นมีหลักเล็กน้อยค่ะ คือ ควรทำแต่ละท่าซ้ำประมาณ 4 - 6 ครั้ง ขณะทำให้หายใจเข้าออกช้าๆ ไม่ควรกินอาหารอิ่มใหม่ๆ หรือหิวเกินไป ไม่ควรบริหารสมองหลังกินหรือดื่มอาหารและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอลล์หรือ สารกระตุ้น เช่น เบียร์ ชา กาแฟ หรือแม้แต่ชอกโกแลตหรือน้ำอัดลมค่ะ ควรบริหารต่อเนื่องกัน แต่ไม่จำเป็นต้องซ้ำท่าเดิมๆ จนเป็นกิจวัตร เปลี่ยนท่าบ้าง สลับท่าบ้าง ให้สมองเกิดการกระตุ้นดีกว่าค่ะ

และ สิ่งที่ขาดไม่ได้ เป็นหลักสำคัญของ Brain Gym เลยคือการ "ดื่มน้ำ" โดยดื่มครั้งละไม่มาก แต่ดื่มบ่อยๆ เพื่อช่วยทดแทนของเหลวที่ร่างกายเสียไประหว่างวัน นอกจากนี้ก็มีท่าง่ายๆ ช่วยกระตุ้นให้สมองได้รับเลือดมากยิ่งขึ้น ไว้ทำตอนอ่านหนังสือหรือใช้สมองเหนื่อยล้าก็ได้ คือท่า นวดปุ่มสมองค่ะ และหากง่วงก็ต้องท่านี้! ท่าแตะสลับ หลายท่าเราก็สามารถประยุกต์ทำตอนยืน นั่ง เดิน หรือนอนก็ได้ ว่ากันว่าบริหารด้วย Brain Gym นี้เพียงวันละ 10 - 20 นาที ก็จะได้ผลดีอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ท่าแตะสลับ (ซ้าย-ขวา บน-ล่าง)ของร่างกาย ช่วยแก้ง่วง เพราะต้องขยับแขนขาทุกส่วน และช่วยบริหารสมองในเรื่องการสะกดคำ การเขียน การฟังการอ่าน และการประสานกันของสมองสองซีก โดยใช้ข้อศอกขวา แตะหัวเข่าด้านซ้าย (ยกเข่าขึ้นรับ) และทำสลับอีกข้าง ทำท่านี้ 2 — 3 นาที เช่นกัน จะนั่ง ยืน หรือนอนทำก็ได้  
ท่านวดปุ่มสมอง โดย ใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือวางลงบนหน้าอก (รูปตัว L) ตรงบริเวณแอ่งนุ่มๆ ระหว่างกระดูกไหปลาร้ากับซี่โครงแถวบนสุด ส่วนมือข้างที่เหลือวางไว้บริเวณหน้าท้อง  นวดเบาๆ ประมาณ 2 - 3 นาที ตามจังหวะหายใจเข้า - ออก การนวดจุดนี้เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปที่สมอง ช่วยให้หายมึนงง สมองแจ่มใสขึ้นค่ะ 
ท่าช้าง เป็น ท่าง่ายๆ ไว้ลงเรือข้ามฟากไปศิริราชได้ (ก็รู้ว่าแป้ก แต่อยากเล่นอะ) ให้แนบหูซ้ายบนไหล่ซ้ายแล้วยกแขนซ้ายขึ้น ยืนแยกขาเล็กน้อย  ให้แขนที่ยกแทนงวงช้าง วาดแขนวาดเป็นเครื่องหมายอินฟินิตี้  (เลข 8แนวนอนนั่นแหละจ้า) สายตามองตามการวาดของแขน ทำ 3 - 5 ครั้ง

ภาพ:vantuyen.net
ท่านวดใบหู นั่ง ตามสบาย ใช้นิ้วนวดริมขอบนอกของใบหูเบาๆ ทั้ง 2 ข้างพร้อมๆ กัน โดยเริ่มจากด้านบนและนวดไล่ลงมาจนถึงติ่งหู แล้วใช้มือปิดใบหูเบา ๆ ทำซ้ำ ควรทำท่านี้ก่อนอ่านหนังสือ เพื่อกระตุ้นเส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงสมองส่วนความจำระยะสั้นให้ดีขึ้น และเพิ่มการได้ยินเป็นจังหวะด้วย


ที่มา : www.dek-d.com

เข้าชม : 685


รพ.ชุมพวง 5 อันดับล่าสุด

      มะนาว ลดน้ำหนักได้เพื่อสุขภาพ 3 / มี.ค. / 2558
      มือชา ปัญหาที่พบได้ในคนทำงานออฟฟิศ 3 / มี.ค. / 2558
      เปลือกไข่มีค่า 3 / มี.ค. / 2558
      วิธีทำความสะอาดรองเท้า 3 / มี.ค. / 2558
      เรื่องของ "กากใย" ใครว่าไม่สำคัญ!! 3 / มี.ค. / 2558



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 






 

 

 

 

 

 








Home       News        E-office