[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
.::เป็นองค์กรนำด้านสุขภาพ เพื่อประชาชนคนชุมพวงสุขภาพดี::.
Calendar
ประวัติความเป็นมา
ผลงานเด่นของโรงพยาบาล
หมายเลขติดต่อภานใน-นอก
รายงานข้อมูลบุคลากร สอ.
ค่านิยมของ รพ. (Core Value )
ตารางการให้บริการ รพ.ชุมพวง
แบบฟอร์มการรับสมัครงาน


 
 


  

รพ.ชุมพวง
กิน “หอย” ให้ปลอดภัยจาก “ขี้ปลาวาฬ”

จันทร์ ที่ 2 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558


ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ทั้งอุณหภูมิและความชื้นเหมาะสมอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้อาหารที่เรากินนั้นเน่าเสียได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ปรุงแล้วหรืออาหารสด โดยเฉพาะอาหารทะเล ล่าสุด มีคำเตือนออกมาจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการกินอาหารในหน้าร้อนอย่างปลอดภัย โดยควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเลประเภทหอย เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมขี้ปลาวาฬ โดย ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า อุณหภูมิที่สูงในช่วงหน้าร้อนทำให้เชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในอาหารทะเลเจริญเติบโตได้ง่าย อีกทั้งยังพบมีโลหะหนักหลายชนิด ทั้งตะกั่ว สังกะสี แคดเมียม และทองแดง ในอาหารทะเล ประเภทปูม้า หอยนางรม และปลาหมึก โดยสารพิษเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และยังมีพิษอื่น ๆ ที่อาจพบได้ในอาหารทะเล อาทิ ขี้ปลาวาฬ ที่เกิดขึ้นจากแพลงตอนจำพวกไดโนแฟลกเจลเลต (dinoflagellate) สามารถพบได้ในน้ำทะเลทั่วๆ ไป สังเกตได้จากน้ำมีสีน้ำตาลแดง เมื่อมีอากาศร้อนจัดสัตว์ชนิดนี้จะแบ่งเซลล์และเจริญเติบโตได้ในน้ำทะเลอย่างรวดเร็ว โดยขี้ปลาวาฬจะเข้าสู่สัตว์ทะเลผ่านทางห่วงโซ่อาหาร พบมากในหอย ซึ่งจะสร้างสารพิษพวกไบโอท็อกซิน (biotaxin) ที่ทนความร้อน ไม่สามารถทำลายได้ในกระบวนการปรุงอาหาร เมื่อกินเข้าไปจะทำให้มีอาการชาบริเวณปากและทำให้แน่นหน้าอก เคลื่อนไหวลำบาก บางรายมีอาการอาเจียนด้วย จากการตรวจวิเคราะห์น้ำตัวอย่าง 1 ลิตร พบขี้ปลาวาฬสูงถึง 40,000 เซลล์ และตรวจพบไบโอท็อกซินในปริมาณที่สูงมาก ส่วนใหญ่พบในหอยสองฝา เช่น หอยกะพง หอยนางรม ซึ่งกินแพลงตอนทุกชนิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เป็นช่วงที่มีแพลงตอนชนิดนี้มากในน้ำทะเล โอกาสที่หอยนางรมเป็นพิษก็เกิดได้มากเช่นเดียวกัน ก่อนกินจึงควรนำไปแช่น้ำปูนเพื่อลดความเป็นพิษ หรืองดกินในช่วงนี้ก็จะเป็นการดี นอกจากนี้ในอาหารทะเลยังพบแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคท้องร่วงมากที่สุดคือ เชื้ออหิวาต์เทียม หรือ วิบริโอ พารา ฮีโมไลติคัส (vibrio parahaemolyticus) เชื้อชนิดนี้สามารถพบได้ทั้งในน้ำทะเลและอาหารทะเล เช่น ปลา ปูม้า หอย กุ้ง กั้ง ปูทะเล และปลาหมึก เป็นต้น และยังพบในอาหารประเภทหอยแครงลวก ปลาดิบ ยำหอยนางรม ปูดอง หอยดอง ซึ่งพบเชื้อได้ทั้งปีแต่จะพบมากช่วงหน้าร้อนในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งอาการที่ปรากฏชัดหลังจากกินเข้าไป 12-24 ชั่วโมง คือ ท้องเสีย อาเจียน ปวดท้องอย่างรุนแรง อาจมีอาการปวดศีรษะและหนาวสั่นร่วมด้วย ส่วนคำแนะนำในการเลือกกินหอยให้ปลอดภัยจากขี้ปลาวาฬ ผู้บริโภคจึงต้องหมั่นฟังข่าวจากสื่อต่าง ๆ ว่ามีขี้ปลาวาฬเกิดขึ้นในช่วงใด บริเวณใด ก็ควรงดกินในช่วงนั้น หรือให้เลือกกินอาหารทะเลที่สดและสะอาด มีการ ล้างน้ำทำความสะอาดทุกครั้งโดยเฉพาะสัตว์ทะเลที่มีผิว เปลือก หรือกระดอง เพื่อกำจัดแบคทีเรียที่ปนเปื้อน สำหรับกุ้งถ้าจะเก็บให้เด็ดหัวทิ้งก่อนแช่แข็งจะช่วยลดแบคทีเรียได้ถึงร้อยละ 50 และที่สำคัญเพื่อความปลอดภัยต้องผ่านการปรุงสุกทุกครั้ง

เข้าชม : 498


รพ.ชุมพวง 5 อันดับล่าสุด

      มะนาว ลดน้ำหนักได้เพื่อสุขภาพ 3 / มี.ค. / 2558
      มือชา ปัญหาที่พบได้ในคนทำงานออฟฟิศ 3 / มี.ค. / 2558
      เปลือกไข่มีค่า 3 / มี.ค. / 2558
      วิธีทำความสะอาดรองเท้า 3 / มี.ค. / 2558
      เรื่องของ "กากใย" ใครว่าไม่สำคัญ!! 3 / มี.ค. / 2558



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 






 

 

 

 

 

 








Home       News        E-office