[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
.::เป็นองค์กรนำด้านสุขภาพ เพื่อประชาชนคนชุมพวงสุขภาพดี::.
Calendar
ประวัติความเป็นมา
ผลงานเด่นของโรงพยาบาล
หมายเลขติดต่อภานใน-นอก
รายงานข้อมูลบุคลากร สอ.
ค่านิยมของ รพ. (Core Value )
ตารางการให้บริการ รพ.ชุมพวง
แบบฟอร์มการรับสมัครงาน


 
 


  

รพ.ชุมพวง
ริดสีดวงทวาร เป็นได้ทั้งชาย-หญิง

พฤหัสบดี ที่ 5 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558


ริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่พบบ่อยทั้งในเพศชายและเพศหญิง สาเหตุจากการมีภาวะหลอดเลือดดำที่มีอยู่ตามธรรมชาติในบริเวณทวารหนักเกิดการปูดพองเป็นหัว ซึ่งเรียกว่า “หัวริดสีดวง” แล้วมีการปริแตกของผนังหลอดเลือดขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ ทำให้มีเลือดออกเป็นครั้งคราว โดยโรงพยาบาลธนบุรี ได้ให้ความรู้ไว้ดังนี้ สาเหตุหลักของโรคริดสีดวงทวาร เกิดจากการเบ่งถ่ายอุจจาระ ท้องผูก การนั่งนาน ๆ ภาวะตั้งครรภ์ หรืออาจส่งผลมาจากน้ำหนักตัวมาก การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ไอเรื้อรัง ตับแข็ง ต่อมลูกหมากโตและผู้ที่มีเนื้องอกในช่องท้อง เป็นต้น อาการของโรค เริ่มจาก ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสด คือ จะถ่ายอุจจาระออกมาก่อน จากนั้นจะมีเลือดสด ๆ ไม่มีมูกเลือดปน มีก้อนที่ยื่นออกมาจากทวารขณะที่เบ่งอุจจาระ คลำได้ก่อนที่บริเวณทวารหนัก เจ็บและคันบริเวณทวารหนัก วิธีการรักษา ในปัจจุบันมีอยู่ 4 วิธี คือ รักษาโดยการให้ยาเหน็บที่ทวารหนัก เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและสร้างความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด อาจใช้ร่วมกับยาระบาย, ฉีดยาที่หัวริดสีดวงทวารเพื่อให้เกิดพังพืดรัดหัวริดสีดวงและฝ่อได้เอง มักใช้ในกรณีที่หัวริดสีดวงมีเลือดออกและหัวริดสีดวงที่ย้อยไม่มาก, ยิงยางรัดหัวริดสีดวง วิธีนี้จะทำให้ริดสีดวงฝ่อและหลุดออกไปเองประมาณ 7 วัน และวิธีสุดท้าย รักษาโดยการผ่าตัด มักใช้ในระยะที่ 3,4 และริดสีดวงที่มีการอักเสบ อาการหลังผ่าตัดริดสีดวงทวาร อาจมีเลือดออกได้ตั้งแต่หลังผ่าตัดจนถึงประมาณวันที่ 10 ของการผ่าตัดปกติจะมีเลือดออกไม่มากและจะหยุดเอง ถ้ามีเลือดออกมากให้รีบไปพบแพทย์ หรือมีน้ำเหลืองซึ่งที่ขอบทวาร 4-6 สัปดาห์ ในกรณีที่ไม่ได้เย็บปิดแผล และบริเวณปากทวารหนักอาจบวมเป็นติ่ง แนะนำให้นั่งแช่ก้นด้วยน้ำอุ่น อาจถ่ายอุจจาระไม่ออกในระยะแรก มาถึงวิธีป้องกันไม่ให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร นั่นคือ การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ หรือ ยาเพิ่มกากใย ดื่มน้ำวันละประมาณ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ออกกำลังกายสม่ำเสมอวันละ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง อย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ฝึกขับถ่ายอุจจาระสม่ำเสมอและขับถ่ายเป็นเวลาทุกวัน ส่วนผู้ที่มีอาการท้องผูกเป็นประจำให้สังเกตว่าอาหารชนิดใดที่รับประทานแล้วช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ให้รับประทานอาหารชนิดนั้นเพิ่มขึ้น เพื่อส่งเสริมการขับถ่ายอุจจาระ นอกจากนี้ ควรพักผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนาน ๆ ให้เปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ

เข้าชม : 432


รพ.ชุมพวง 5 อันดับล่าสุด

      มะนาว ลดน้ำหนักได้เพื่อสุขภาพ 3 / มี.ค. / 2558
      มือชา ปัญหาที่พบได้ในคนทำงานออฟฟิศ 3 / มี.ค. / 2558
      เปลือกไข่มีค่า 3 / มี.ค. / 2558
      วิธีทำความสะอาดรองเท้า 3 / มี.ค. / 2558
      เรื่องของ "กากใย" ใครว่าไม่สำคัญ!! 3 / มี.ค. / 2558



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 






 

 

 

 

 

 








Home       News        E-office